ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นิทานสุภาษิตจีนเรื่อง ลุงโง่ย้ายภูเขา




   มีชายชราคนหนึ่งชื่อว่า ลุงหยูกง แกตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่หลังภูเขาสองลูกชื่อว่า
ไท่เชียงและหวังหวู ภูเขาสองลูกนี้ สูงนับพัน เริน กว้างใหญ่ถึง 700 ตารางลี้
ทุกคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่หลังเขาทั้งสองลูกนี้ ไม่สะดวกในการเดินทางเพราะภูเขามาปิดกันความ สะดวกสบาย
แต่ด้วยความเคยชินไม่มีใครสนใจต่ออุปสักข้อนี้ ลุงหยูกงแกก็ใช้ชีวิติไปตามปกติเหมือนคนทั่วไป
หรือแกจะคิดถึงอุปสักข้อนี้ อยู่บ้างตามนิทานก็ไม่ได้บันทึกไว้
และอีกข้อหนึ่งที่นิทานไม่ได้บันทึกไว้ก็คือไม่เคยปรากฏว่าแกเคยเป็นกำานัน ตามนิทานจึงไม่เรียกแกว่า
“ลุง กำานัน  หยูกง”  
จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งแกเกิดดำาริขึ้นในใจว่า”เราก็ทำาอะไรต่อมิอะไรมาในชีวิติมากมายถูกบ้างผิดบ้างเป็
นธรรมดาของคน สามัญทั่วๆไป แต่ครั้งนี้เราได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่า
ไอ้ภูเขาสองลูกนี้ที่ขวางความเจริญของหมู่บ้านเราอยู่นี้ จะต้องขุดย้ายออกไป
ไม่ให้เป็นอุปสักขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของหมู่บ้านต่อไปอีก
ว่าแล้วแกก็ชวนลูกหลานและเพื่อนบ้านที่เห็นด้วยกับแกให้มาช่วยกันขุดย้าย ภูเขา

ยังมีเพื่อนบ้านของลุงหยูกงคนหนึ่งชื่อว่า ลุงจือโช่ว เมื่อเห็นการกระทำาของลุง หยูกง
ก็เข้าไปพูดกับลุงหยูกงอย่างเหยียดหยามว่า”ทำาไม ท่านจึงโง่เขลาเช่นนี้
ถึงท่านจะขุดจนตายก็ไม่สามารถขุดย้ายภูเขาสองลูกนี้ ได้สำาเร็จ”
ฝ่ายลุงหยูกงได้ตอบลุงจือโช่วไปว่า”ถึงแม้จะใช้เวลา
นานสักเพียงใดก็ตามข้าก็จะชวนลูกชวสหลานชวนเพื่อนบ้านขุดต่อไปโดยไม่หยุดสักวันไม่ว่ามันจะนานแค่ไหน
สักวันหนึ่งพวกเราก็จะขุดย้าย ภูเขาสองลูกนี้ ได้สำาเร็จแน่”

จากความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นและด้วยความเพียรพยายามของลุงโง่หยูกง จึงทำาให้
เทพยดาที่อาลักขาภูเขาทั้งสองลูกอยู่นั้นเกิดสะเทือน ใจ ในความมุ่งมั่น อดทนไม่ย่อท้อของลุงโง่หยูกง
จึงบันดาลให้ภูเขาไท่เชียงและภูเขาหวังหวูออกไปจากการกีดขวางหมู่บ้านของลุงโง่หยูกง
ทำาให้ทุกคนในหมู่บ้านได้รับความสะดวกสบายกันท้วนหน้า

นิทานเรื่องลุงโง่หยูกงย้ายภูเขาเป็นนิทานสุภาษิตจีนที่เล่าสืบต่อกันมานับพันพันปี
การตีความและมุมมองในนิทานเรื่องนี้นักปราชญ์ ใน ชาติจีนแต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีมุมมองที่แตกต่างกัน
นักปราชญ์จีนอย่าง เลี่ยจื้อ กับ ขงจื้อ ก็มีมุมมองต่อนิทานเรื่องลุงโง่หยูกงย้ายภูเขา ไป คนละมุมกัน
ส่วนบ้านเรา ก็มีมุมมองในนิทานเรื่องลุงโง่หยูกงย้ายภูเขาที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น
มุมมองของค่ายมติชนเป็นดังนี้ ”.....ใน เมืองจีนได้พิสูจน์ ให้เห็นแล้วเมื่อ 2492 ว่า
เทวดาสะเทือนใจในความอุตสาหะของลุงโง่ ชัยชนะจึงเป็นของลุงโง่......แต่ในเมืองไทยการยืน หยัดของ “อีโง่” ยังรอการพิสูจน์อยู่”


                                                                                           

ความคิดเห็น

  1. ในเมืองไทยได้พิสูจน์มาให้เห็นในระดับหนึ่งแล้วว่า "อีโง่" ได้หนีหายไปจากเมืองไทยเสียแล้วหรือจะมี....โง่ใหม่มารับภาระหน้าที่แทน "อีโง่" เพื่องานย้ายภูเขาได้บรรลุตามความประสงของ........คอยดูกัน....!!!

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สรุปว่า ปัจจุบันขณะ ...... เป็นอย่างไร

      ลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์

     เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์   ทศกัณฐ์มีน้องสาวคนสุดท้องชื่อ สำมนักขา กำลังเป็นหม้าย อยู่มาวันหนึ่ง แม่หม้ายสำมนักขาออกเทียวป่ามาเจอนางสีดา สาวงามอยู่กลางป่า เมื่อกลับไปเมืองลงกาก็นำเรื่องนางสีดาเล่าให้พี่ชายทศกัณฐ์ฟัง ทศกัณฐ์เป็นยักษ์ที่มีฤทธิเดชมาก มียี่สิบมือ สิบหัว นิสัยเจ้าชู้และโหดร้ายมาก เมื่อได้ฟังเรื่องนางสีดาจากน้องสาวก็ตาลุกวาวอยากได้นางสีดามาเชยชม ได้วางแผนลักพาตัวนางสีดาไปอยู่เมืองลงกา จึงเกิดสงครามแย้งชิงนางสีดาระหว่างฝ่ายพระรามซึ่งเป็นฝ่ายธรรมมะ กับฝ่ายยักษ์ทศกัณฐ์ซึ่งเป็นฝ่ายอธรรม ผลัดกันรับผลัดกันลุกหลายยกหลายตอน จนมีเรื่องร้องเรียนและฟ้องร้องไปยังท้าวมาลีวราช ให้ช่วยตัดสินความขัดแย้งระหว่างฝ่ายพระรามกับฝ่ายทศกัณฐ์ ฝ่ายทศกัณฐ์มั่นใจว่าท้าวมาลีวราชคงเข้าข้างตนเพราะตามศักดิ์ท้าวมาลีวราชเป็นปู่ของทศกัณฐ์ ตนสามารถติดสินบนท้าวมาลีวราชได้ และทศกัณฐ์พยายามใส่ความเท็จต่างๆกับพระราม เมื่อท้าวมาลีวราชมาสอบสวนทวนความ ทั้งฝ่ายพระราม ทั้งฝ่ายทศกัณฐ์ และนางสีดาแล้ว ก็เห็นชัดๆว่าฝ่ายทศกัณฐ์เป็นฝ่ายผิด จึงตัดสินให้ฝ่ายทศกัณฐ์คืนนางสีดาให้...

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)   ถ้าหากจะต้องจัดลำดับใหม่ให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น มรรคที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการดังกล่าวก็คือ สิกขา ๓ หรือไตรสิกขาที่เรียกว่า อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญาสิกขา สิกขา   ตามความหมายของพุทธนั้น คือ กระบวนการรับรู้หรือเรียนรู้ที่ผ่านการปฏิบัติและได้ประจักษ์แจ้งจริง ส่วน อธิ นั้นหมายถึง ใหญ่ หรือสำคัญ ดังนั้น อธิและสิกขาก็คือการเรียนรู้ยิ่งขึ้นไปของศีล จิตต (สมาธิ) และปัญญา อันเป็นลักษณะพลวัตของไตรสิกขาดังกล่าว หรือกล่าวโดยย่อก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา คือ องค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนายิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อการบรรลุนิพพานนั่นเอง จึงจำแนกได้ดังนี้      ดังนั้นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่จะยกระดับจิตของมนุษย์ก็คือปัญญาซึ่งเป็นจุดเน้นที่สำคัญที่สุดของพุทธธรรมและเนื่องจากปัญญามีความสำคัญที่สุดกระบวนการสร้างปัญญาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งจุดนี้เป็นจุดที่ขาดหายไปจากการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม        เพื่อการเข้าใจที่ชัดเจนของกระบวนการยกระดับหรือสร้างเสริมทาง...