ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องของชีวิต....ตอนที่ ๓


เรื่องของชีวิต....ตอนที่ ๓

ตอนผมเด็กๆผมต้องช่วยพ่อเลี้ยงวัว วัวที่เลี้ยงจะมีทั้งวัวที่ใช้แรงงานคือใช้ไถนากับวัวหนุ่มที่เลี้ยงเป็นวัวชน วัวชนจะเลี้ยงเป็นพิเศษ อาหารจะให้อาหารดีๆ  ให้กินหญ้าอ่อนๆ นอนในมุ้ง ช่วงเช้าจะต้องจูงเดินออกกำลังให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงและทุกวันจะต้องอาบน้ำถูตัว ส่วนวัวไถนาก็เลี้ยงไปตามที่เคยเลี้ยงกันมาแต่ดั้งเดิมคือให้กินฟางแห้งหรือปล่อยให้เล็มหญ้ากินเอง ตอนเย็นก็ต้อนเข้าคอก คอกวัวจะทำด้วยไม้ที่แข็งแรงพอสมควร แต่ประตูคอกวัวจะต้องแข็งแรงมากหน่อยโดยใช้ไม้ที่แข็งแรงสอดเข้าในช่องสองข้างขอบประตูประมาน
สามหรือสี่ขั้นในช่องสอดไม้จะตอกด้วยลิ้มไม้ให้แน่นหนา เวลาจะเปิดประตูจะต้องตอกลิ้มออก การปิดประตูคอกวัวโดยการตอกลิ้มอย่างแข็งแรงนี้ไม่ใช้จะกลัวว่าวัวมันจะเลื่อนไม้ประตูแล้วหนีออกไป แต่เขาป้องกันโจรลักวัวเพราะว่าถ้าโจรจะเข้าไปลักวัวจะต้องตอกลิ้มประตูรั้วทำให้เจ้าของวัวได้ยินตื่นขึ้นมาทัน….ตอนเด็กๆ การได้ยินเสียงตีเกราะตอนดึกๆจะมีเป็นประจำเพื่อเป็นสัญญาณให้เพื่อนบ้านรู้ว่ามีเหตุร้ายเช่นโจรเข้าปล้นบ้านหรือโจรลักวัวให้คนที่แข็งแรงไปรวมตัวกันเพื่อติดตามโจร บางครั้งต้องสกดรอยติดตามโจรเป็นวันๆ หรือหลายๆวัน จนได้เบาะแสหรือไปเจอของกลางก็จะส่งคนไปเจรจา ขึ้นอยู่กับบารมีของฝ่ายไหนเหนือกว่ากัน บางครั้งอาจต่อลองจ่ายค่าไถ่กันตามที่เจรจาตกลงกัน บางครั้งอาจได้ของกลางหรือทรัพย์คืนโดยไม่ถือสากัน แต่ที่ร้ายแรงที่สุดทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ประกาศสงครามกัน อย่างเบาก็ไปลักวัวหรือไปปล้นบ้านอีกฝ่ายเป็นการตอบแทน  ที่ร้ายแรงคือประกาศล้างแค้นกันด้วยชีวิตบางครั้งจากรุ่นสู่รุนสืบทอดกันอย่างไม่สิ้นสุด  มีอยู่ครั้งหนึ่งมีโจรลักวัวต่างถิ่นมาลักวัวของปู่ไปตามสืบจนรู้ ส่งคนไปเจรจา ไม่สามารถตกลงกันได้ อาจ้อนน้องชายของพ่อคนหนึ่งจึงตัดสินใจเป็นโจรไปลักวัวของอีกฝ่ายลักกันไปลักกันมาต่างฝ่ายต่างฆ่ากันตายไปหลายศพ สุดท้ายอาจ้อนของผมถูกยิงตายที่ชายป่าใกล้บ้าน...กะติกาเช่นนี้เป็นติกาที่ใช้กันในสมัยก่อน…..การเลี้ยงวัวสมัยนี้เขาไม่เลี้ยงวัวไว้ไถนากันอีกแล้วแต่ที่น่าสนใจตรงทีเขาควบคุมวัวให้อยู่ในบริเวณที่กำหนดได้อย่างไร เท่าที่สังเกตเขาใช้แค่เส้นลวดขึงรอบบริเวณที่กำหนดให้วัวอยู่แล้วใช้ถุงพลาสติกผูกห้อยเป็นธงราว ไม่เห็นวัวตัวไหนหนีออกนอกบริเวณได้เลย ทำไมมันจึงเชื่องอย่างนี้ ได้ถามคนเลี้ยงวัวว่าเขาทำอย่างไรหรือว่าเขาปล่อยกระแสไฟฟ้าไปในเส้นลวด คนเลี้ยงวัวบอกว่าไม่ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้า เขาจับเส้นลวดให้ดูแล้วบอกให้ลองจับดู เมื่อลองจับดูก็ไมมีความรู้สึกว่ามีกระแสไฟฟ้า มันเป็นเส้นลวดธรรมดา คนเลี้ยงวัวเล่าให้ฟังว่าเขาฝึกวัวจนเชื่อง โดยในตอนแรกเขาจะปล่อยกระไฟฟ้าเมื่อวัวเข้าใกล้หรือไปแตะเส้นลวดก็จะโดนไฟฟ้าดูด เมื่อวัวได้รับบทเรียนว่าไอ้เส้นลวดนี้มันเป็นเส้นลวดที่อันตรายเข้าใกล้มันไม่ได้จึงยอมรับและปรงใจในความฉลากว่าของมนุษย์…..ก็แบบนี้แหละมนุษย์เราเองก็ถูกฝึกให้เชื่องอยู่ในกรอบแห่งความเชื่อที่สั่งสอนถ่ายทอดกันมาอย่างผิดๆในเรื่องที่งมงายเป็นเดียรฉานวิชาสืบต่อกันมาโดยไม่มีใครกล้าคิดออกนอกกรอบเส้นลวดแห่งความโง่ที่เป็นอวิชชาการโฆษนาชวนเชื่อของทุนนิยมสามานย์และการเมืองน้ำเน่าคลุกเคล้าด้วยกิเลสตันหาที่จะนำพาให้สังคมล้มจม……......อย่างไรก็ตามชีวิตยังดำเนินต่อไปในตอนที่ ๔

ความคิดเห็น