ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องของชีวิต..ตอนที่๕


เรื่องของชีวิต....ตอนที่๕


วันนี้ออกน อกเรื่องที่ผมได้เขียนบทความ”เรื่องของชีวิต”สักหน่อย....มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมเข้าป่าไป ทางจัดตั้งได้มอบหมายให้ผมไปทำโรงเรียนสำหรับเด็กๆลูกๆของนักปฏิวัติที่เข้าป่าช่วงอายุตั้งแต่ ๕ – ๑๕ ขวบเพื่อลดภาระให้สหายได้ปฏิบัติภาระหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถไม่ต้องพะวงเป็นห่วงเรื่องการดุแลอบรมให้การศึกษาของลูกๆ ท่ามกลางความขัดสนและจำกัดของอุปกรการเรียนการสอนและหนังสือตำราเรียน  แต่พวกเราที่ได้รับมอบหมายภาระหน้าที่นี้แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนสหายอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่แนวหน้า จำได้สิ่งที่พวกเราทำหลักสูตรมี่สิ่งหนึ่งที่เราเน้นให้เด็กทำเป็นกิจวัตรประจำวันคือให้เด็กเขียนรายงานและมารายงานหน้าชั้นในเรื่องที่เกิดขึ้นประจำวันรอบๆตัวเขาและรอบท้องถิ่นที่เขาอาศัยอยู่และอีกเรื่องกนึ่งที่ให้ทุกคนต้องบันทึกประวัติศาสตร์ชีวิตของตัวเอง ครอบครัวและเครือญาติ ด้วยเหตุผลที่เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ไม่เฉพาะประวัติศาสตร์ของคนชั้นสูงในสังคมซึ่งห่างไกลจากชีวิตของตัวเอง ประวัติศาสตร์เป็นของทุกคนในสังคมแม้คนตัวเล็กตัวน้อย และนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมพยายามเขียนบทความ” เรื่องของชีวิต” แม้ผมเองซึ่งเรียนมาทางด้านอาชีวะศึกษาถนัดทางด้านพวกเหล็กและเครื่องจักรกลก็พยายามที่จะเขียนหนังสือกับเขาบ้าง ซึ่งเขียนไปตามสิ่งที่ตัวเองประสพพบเห็บและรับรู้มา ซึ่งเมื่อนำมาแปรรูปเป็นตัวหนังสืออาจจะไม่สละสลวยและใช้ภาษาตรงไปตรงมาเกินไป อาจจะทำให้บางคนที่มาพบอ่านอาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เล่าเกิดความไม่พอใจได้ หรืออาจตีความไปว่าผมเขียนเกินจริง....
ผมขอถือโอกาสนี้เรียนขออภัยต่อญาติมิตรทุกท่านด้วย.....!!!







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์

     เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์   ทศกัณฐ์มีน้องสาวคนสุดท้องชื่อ สำมนักขา กำลังเป็นหม้าย อยู่มาวันหนึ่ง แม่หม้ายสำมนักขาออกเทียวป่ามาเจอนางสีดา สาวงามอยู่กลางป่า เมื่อกลับไปเมืองลงกาก็นำเรื่องนางสีดาเล่าให้พี่ชายทศกัณฐ์ฟัง ทศกัณฐ์เป็นยักษ์ที่มีฤทธิเดชมาก มียี่สิบมือ สิบหัว นิสัยเจ้าชู้และโหดร้ายมาก เมื่อได้ฟังเรื่องนางสีดาจากน้องสาวก็ตาลุกวาวอยากได้นางสีดามาเชยชม ได้วางแผนลักพาตัวนางสีดาไปอยู่เมืองลงกา จึงเกิดสงครามแย้งชิงนางสีดาระหว่างฝ่ายพระรามซึ่งเป็นฝ่ายธรรมมะ กับฝ่ายยักษ์ทศกัณฐ์ซึ่งเป็นฝ่ายอธรรม ผลัดกันรับผลัดกันลุกหลายยกหลายตอน จนมีเรื่องร้องเรียนและฟ้องร้องไปยังท้าวมาลีวราช ให้ช่วยตัดสินความขัดแย้งระหว่างฝ่ายพระรามกับฝ่ายทศกัณฐ์ ฝ่ายทศกัณฐ์มั่นใจว่าท้าวมาลีวราชคงเข้าข้างตนเพราะตามศักดิ์ท้าวมาลีวราชเป็นปู่ของทศกัณฐ์ ตนสามารถติดสินบนท้าวมาลีวราชได้ และทศกัณฐ์พยายามใส่ความเท็จต่างๆกับพระราม เมื่อท้าวมาลีวราชมาสอบสวนทวนความ ทั้งฝ่ายพระราม ทั้งฝ่ายทศกัณฐ์ และนางสีดาแล้ว ก็เห็นชัดๆว่าฝ่ายทศกัณฐ์เป็นฝ่ายผิด จึงตัดสินให้ฝ่ายทศกัณฐ์คืนนางสีดาให้...

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)   ถ้าหากจะต้องจัดลำดับใหม่ให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น มรรคที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการดังกล่าวก็คือ สิกขา ๓ หรือไตรสิกขาที่เรียกว่า อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญาสิกขา สิกขา   ตามความหมายของพุทธนั้น คือ กระบวนการรับรู้หรือเรียนรู้ที่ผ่านการปฏิบัติและได้ประจักษ์แจ้งจริง ส่วน อธิ นั้นหมายถึง ใหญ่ หรือสำคัญ ดังนั้น อธิและสิกขาก็คือการเรียนรู้ยิ่งขึ้นไปของศีล จิตต (สมาธิ) และปัญญา อันเป็นลักษณะพลวัตของไตรสิกขาดังกล่าว หรือกล่าวโดยย่อก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา คือ องค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนายิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อการบรรลุนิพพานนั่นเอง จึงจำแนกได้ดังนี้      ดังนั้นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่จะยกระดับจิตของมนุษย์ก็คือปัญญาซึ่งเป็นจุดเน้นที่สำคัญที่สุดของพุทธธรรมและเนื่องจากปัญญามีความสำคัญที่สุดกระบวนการสร้างปัญญาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งจุดนี้เป็นจุดที่ขาดหายไปจากการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม        เพื่อการเข้าใจที่ชัดเจนของกระบวนการยกระดับหรือสร้างเสริมทาง...

นิทานสุภาษิตจีนเรื่อง ลุงโง่ย้ายภูเขา

   มีชายชราคนหนึ่งชื่อว่า ลุงหยูกง แกตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่หลังภูเขาสองลูกชื่อว่า ไท่เชียงและหวังหวู ภูเขาสองลูกนี้ สูงนับพัน เริน กว้างใหญ่ถึง 700 ตารางลี้ ทุกคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่หลังเขาทั้งสองลูกนี้ ไม่สะดวกในการเดินทางเพราะภูเขามาปิดกันความ สะดวกสบาย แต่ด้วยความเคยชินไม่มีใครสนใจต่ออุปสักข้อนี้ ลุงหยูกงแกก็ใช้ชีวิติไปตามปกติเหมือนคนทั่วไป หรือแกจะคิดถึงอุปสักข้อนี้ อยู่บ้างตามนิทานก็ไม่ได้บันทึกไว้ และอีกข้อหนึ่งที่นิทานไม่ได้บันทึกไว้ก็คือไม่เคยปรากฏว่าแกเคยเป็นกำานัน ตามนิทานจึงไม่เรียกแกว่า “ลุง กำานัน  หยูกง”   จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งแกเกิดดำาริขึ้นในใจว่า”เราก็ทำาอะไรต่อมิอะไรมาในชีวิติมากมายถูกบ้างผิดบ้างเป็ นธรรมดาของคน สามัญทั่วๆไป แต่ครั้งนี้เราได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่า ไอ้ภูเขาสองลูกนี้ที่ขวางความเจริญของหมู่บ้านเราอยู่นี้ จะต้องขุดย้ายออกไป ไม่ให้เป็นอุปสักขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของหมู่บ้านต่อไปอีก ว่าแล้วแกก็ชวนลูกหลานและเพื่อนบ้านที่เห็นด้วยกับแกให้มาช่วยกันขุดย้าย ภูเขา ยังมีเพื่อนบ้านของลุงหยูกงคนหนึ่งชื...