ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความดีความชั่ว

ความดีความชั่ว ?



มันรู้สึกเซ็งๆอย่างไงชอบกลกับปัญหาความวุ้ยวายทางการเมืองในช่วงนี้ ......ไม่อยากจะรับรู้ข่าวการเมืองมันมีแต่เรื่องเสือสิงห์กระทิงแรดล้วนแต่เป็นสัตว์ป่าดุร้ายทั้งนั้น แถมมีงูเห่ามาอีกตัว ชาวนาไม่น่าโง่ไปให้ความเมตตาสัตว์มีพิษร้ายเช่นงูเห่าเลย เรื่องงูเห่ากับชาวนาน่าจะแต่งใหม่ว่าเมื่อชาวนาเจองูเห่าแล้วให้รีบตีงูเห่าให้ตายให้สะนิดและอย่าไปตีให้มันหลังหักเพราะมันมักจะกลับมาทำร้ายเมื่อภายหลัง...... เรื่อของความดีความชั่วเรื่องศีลธรรม สังคมน่าจะมาทบทวนตีความให้ความหมายกันใหม่บ้างหรือจะมาอัพเดทศีลธรรมกันบ้างดีไหม.......มีอยู่ครั้งหนึ่งผมถูกเพื่อนบ้านต่อว่าอย่างรุนแรงจนกระทั้งเขียนบัตรสนเท่ร้องเรียนเรื่องที่ครั้งหนึ่งผมทำหน้าที่ประธานกรรมการหมู่บ้านจัดสรรที่เสนอให้ออกกฎห้ามไม่ให้สมาชิกในหมู่บ้านให้อาหารสัตว์นอกบ้าน และห้ามไม่ให้อาหารสัตว์จรจัดในหมู่บ้าน ผมถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไร้ศีลธรรทไม่มีความเมตตาต่อสัตว์ ปกติผมเองไม่เลี้ยงสัตว์สัตว์เลี้ยง เพราะการเลี้ยงสัตว์เป็นการสร้างวิบากกรรมกับตัวเรา และที่คนเขาไม่ชอบผมสุดๆคือผมจะไม่รับซองกฐิน ซองผ้าป่าเลย คนที่สนิทกับผมก็จะด่ากันตรงๆว่า มึงนับถือศาสนาพุทธภาษาอะไรวะไม่ทำบุญทอดกฐินทอดผ้าป่า ผมเองไม่สามารถอธิบายให้เขาเข้าใจได้ทั้งๆที่ผมมีคำอธิบายดีดีที่จะอธิบายได้........เมื่อผมเซ็งกับเรื่อทางการเมืองในช่วงนี้ผมแก้เซ็งโดยการหาหนังสือดีดีมาอ่าน.....จะอ่านเล่มไหนดี ..... “คนขี่เสือ” ก็อ่าไปแล้วสองจบ “The Prince เจ้าผู้ปกครอง”เล่มนี้อ่านไปเมื่อหลายปีมาแล้วไม่อยากจับมันอีกเดียวความคิดมันเตลิดไปไกล...”พุทธเศรษฐศาสตร์.........” กับอีกเล่ม “พุทธธรรม”สองเล่มนี้วางไว้ใกล้มือว่างๆหยิบขึ้นมาอ่านสักหน้าสองหน้า....ในที่สุดขอหยิบเล่มนี้มาอ่าน....”การผจญภัยของฮักเคิลเบอร์รีฟินน์”  ผมตรุยอ่านไปจนถึงบทที่ ๑๖  อ่านบทนี้ยังไม่จบมันมาสดุดตรงเนื้อหาในความคิดของตัวละครสองคนในเรื่องระหว่าง “จิม” ทาสผิวดำที่กำลังหนีจากบ้านนายทาสกับ “ฮัก..”เด็กผู้ชายคนขาวที่มีพ่อเป็นคนขี้เมาและต่อต้านการเข้าโรงเรียนของลูก มันรู้สึกมีอะไรเข้ามาสะกิดต่อมวิญญาณความดีความชั่ว มันรู้สึกสับสนกับเรื่องความดีความชั่วขึ้นมาทันที่ว่าอะไรคือดี อะไรคือชั่วและใครเป็นผู้กำหนดมาตรฐานความดีความชั่ว สิ่งที่บอกว่าดีนั้นมันเป็นจิตวิญญาณโดยแท้ของความเป็นมนุษย์ในตัวเราเองแท้ๆหรือเราถูกครอบงำให้เชื้อว่าสิ่งนั้นดีสิ่งนั้นชั่ว ...........ในขณะที่ “จิม” ตื่นเต้นที่จะมีเสรีภาพจากการเป็นทาส เขาคิดจินตนาการณ์เมื่อเขาไปถึงดินแดนที่เขาเป็นอิสระจากการเป็นทาส สิ่งแรกที่เขจะทำคือเขาจะหาเงินไปซื้อเมียของเขาจากนายทาส ต่อจากนั้นเขาจะไปซื้อลูกของเขาสองคน........ แต่ “ฮัก” กำลังสับสนกับความรับผิดชอบในความหมายของความชั่วความดีมันกำลังหลอกหลอนเขาอยู่ตลอดเวลาและทำให้เขารู้สึกแย่ขึ้นเรื่อยๆที่เขาช่วยให้ “จิม”หลบหนีออกมาเพื่อความเป็นอิสระจากความเป็นทาส เพื่อแสดงความรับผิดชอบชั่วดี เขาน่าจะไปบอกใครสักคนที่เป็นคนขาวเช่นเดียวกับเขาว่ามีคนดำกำลังหนีจากความเป็นทาส.....!!!

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์

     เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์   ทศกัณฐ์มีน้องสาวคนสุดท้องชื่อ สำมนักขา กำลังเป็นหม้าย อยู่มาวันหนึ่ง แม่หม้ายสำมนักขาออกเทียวป่ามาเจอนางสีดา สาวงามอยู่กลางป่า เมื่อกลับไปเมืองลงกาก็นำเรื่องนางสีดาเล่าให้พี่ชายทศกัณฐ์ฟัง ทศกัณฐ์เป็นยักษ์ที่มีฤทธิเดชมาก มียี่สิบมือ สิบหัว นิสัยเจ้าชู้และโหดร้ายมาก เมื่อได้ฟังเรื่องนางสีดาจากน้องสาวก็ตาลุกวาวอยากได้นางสีดามาเชยชม ได้วางแผนลักพาตัวนางสีดาไปอยู่เมืองลงกา จึงเกิดสงครามแย้งชิงนางสีดาระหว่างฝ่ายพระรามซึ่งเป็นฝ่ายธรรมมะ กับฝ่ายยักษ์ทศกัณฐ์ซึ่งเป็นฝ่ายอธรรม ผลัดกันรับผลัดกันลุกหลายยกหลายตอน จนมีเรื่องร้องเรียนและฟ้องร้องไปยังท้าวมาลีวราช ให้ช่วยตัดสินความขัดแย้งระหว่างฝ่ายพระรามกับฝ่ายทศกัณฐ์ ฝ่ายทศกัณฐ์มั่นใจว่าท้าวมาลีวราชคงเข้าข้างตนเพราะตามศักดิ์ท้าวมาลีวราชเป็นปู่ของทศกัณฐ์ ตนสามารถติดสินบนท้าวมาลีวราชได้ และทศกัณฐ์พยายามใส่ความเท็จต่างๆกับพระราม เมื่อท้าวมาลีวราชมาสอบสวนทวนความ ทั้งฝ่ายพระราม ทั้งฝ่ายทศกัณฐ์ และนางสีดาแล้ว ก็เห็นชัดๆว่าฝ่ายทศกัณฐ์เป็นฝ่ายผิด จึงตัดสินให้ฝ่ายทศกัณฐ์คืนนางสีดาให้...

นิทานสุภาษิตจีนเรื่อง ลุงโง่ย้ายภูเขา

   มีชายชราคนหนึ่งชื่อว่า ลุงหยูกง แกตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่หลังภูเขาสองลูกชื่อว่า ไท่เชียงและหวังหวู ภูเขาสองลูกนี้ สูงนับพัน เริน กว้างใหญ่ถึง 700 ตารางลี้ ทุกคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่หลังเขาทั้งสองลูกนี้ ไม่สะดวกในการเดินทางเพราะภูเขามาปิดกันความ สะดวกสบาย แต่ด้วยความเคยชินไม่มีใครสนใจต่ออุปสักข้อนี้ ลุงหยูกงแกก็ใช้ชีวิติไปตามปกติเหมือนคนทั่วไป หรือแกจะคิดถึงอุปสักข้อนี้ อยู่บ้างตามนิทานก็ไม่ได้บันทึกไว้ และอีกข้อหนึ่งที่นิทานไม่ได้บันทึกไว้ก็คือไม่เคยปรากฏว่าแกเคยเป็นกำานัน ตามนิทานจึงไม่เรียกแกว่า “ลุง กำานัน  หยูกง”   จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งแกเกิดดำาริขึ้นในใจว่า”เราก็ทำาอะไรต่อมิอะไรมาในชีวิติมากมายถูกบ้างผิดบ้างเป็ นธรรมดาของคน สามัญทั่วๆไป แต่ครั้งนี้เราได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่า ไอ้ภูเขาสองลูกนี้ที่ขวางความเจริญของหมู่บ้านเราอยู่นี้ จะต้องขุดย้ายออกไป ไม่ให้เป็นอุปสักขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของหมู่บ้านต่อไปอีก ว่าแล้วแกก็ชวนลูกหลานและเพื่อนบ้านที่เห็นด้วยกับแกให้มาช่วยกันขุดย้าย ภูเขา ยังมีเพื่อนบ้านของลุงหยูกงคนหนึ่งชื...

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)   ถ้าหากจะต้องจัดลำดับใหม่ให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น มรรคที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการดังกล่าวก็คือ สิกขา ๓ หรือไตรสิกขาที่เรียกว่า อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญาสิกขา สิกขา   ตามความหมายของพุทธนั้น คือ กระบวนการรับรู้หรือเรียนรู้ที่ผ่านการปฏิบัติและได้ประจักษ์แจ้งจริง ส่วน อธิ นั้นหมายถึง ใหญ่ หรือสำคัญ ดังนั้น อธิและสิกขาก็คือการเรียนรู้ยิ่งขึ้นไปของศีล จิตต (สมาธิ) และปัญญา อันเป็นลักษณะพลวัตของไตรสิกขาดังกล่าว หรือกล่าวโดยย่อก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา คือ องค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนายิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อการบรรลุนิพพานนั่นเอง จึงจำแนกได้ดังนี้      ดังนั้นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่จะยกระดับจิตของมนุษย์ก็คือปัญญาซึ่งเป็นจุดเน้นที่สำคัญที่สุดของพุทธธรรมและเนื่องจากปัญญามีความสำคัญที่สุดกระบวนการสร้างปัญญาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งจุดนี้เป็นจุดที่ขาดหายไปจากการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม        เพื่อการเข้าใจที่ชัดเจนของกระบวนการยกระดับหรือสร้างเสริมทาง...