ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รำลึกวันที่ 6 ตุลา 19

รำลึกถึงที่ผ่านมาตลอดทั้งชีวิตได้อุทิศทั้งร่างกายและจิตวิญญาณให้กับขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมมาตลอดตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยไม่เคยห่างไกลในกิจกรรมทางสังคมในฐานะปัญญาชนคนหนุ่มสาว หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ต้องผันชีวิตเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยด้วยจิตใจที่เชื่อมั่นว่าสังคมของประเทศนี้จะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมใหม่ที่ดีกว่า แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวจากตัวบุคคลที่ยังอ่อนหัดไม่สามารถปรับกระบวนทัศน์ทางอัตวิสัยให้สอดคล้องกับภาววิสัยที่เป็นจริงของสังคมไทย ต้องจำใจถอยห่างแยกทางกันเดินไปตามภารหน้าที่ ความถนัด แนวคิดและความเชื่อของแต่ละคน ในความคิดของตนยังเชื่อมั่นอยู่ว่า แนวคิดทฤษฎีปรัชญาและยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ในทางภาวิสัยยังคงเป็นไปในทิศทางเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ศัตรูของประเทศชาติและประชาขน ยังเข้มแข็งและเติบโตมาตลอดที่ผ่านมาคือจักรวรรดินิยมตะวันตกเป็นหัวหน้าขบวนการทุนนิยมสามานย์ รูปธรรมภายในประเทศเราขณะนี้มีหัวโจกทุนอนุรักษ์นิยมนำขบวนเผด็จการทุนนิยมสามานย์และสมคบคิดกับทุนจักรวรรดินิยมต่างชาติ เลี้ยงควายแดงไว้เป็นฝูง แต่เนื่องจากหญ้าของมันทำให้ควายแดงทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ทั้งตัวที่ฉลาดและตัวที่โง่ต่างก็สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกแห่งความโลภในตน...เชื่อเหอะเจ้าควายโง่ แม้เจ้าจะกินดีอยู่ดีอิ่มหมีพีมันแต่ในที่สุดเจ้าจะต้องโดนเชือดไม่เคยมีในหลักสัจธรรมความเป็นจริงขั้นสุดท้ายว่าอธรรมมันจะชนะธรรมะได้.....ขอให้พ่อแม่พี่น้อง ญาติมิตรประชาชนทั้งหลาย จงได้จับตาดูเฝ้ามองด้วยความตั้งใจและเป็นฝ่ายกระทำช่วยเหลือหนุนช่วยคนที่เขาทำดีทำถูกต้องแล้วและให้กำลังใจในหลายเรื่องที่เดินมาถูกทางแล้ว…... เว้นแต่บางเรื่องบางประเด็นที่ยังดื้อด้านต้องกระแทกกันบ้างด้วยความปรารถนาดีที่จะให้ตื่นรู้ด้วยปัญญา เพราะประชาชนที่ตื่นรู้ด้วยปัญญาเท่า่นั้นที่จะเป็นผู้นำพาประเทศชาติไปสู่สังคมใหม่ที่ดีกว่า.....!!!*********ด้วยจิตคารวะ*******นายวีระ สระกวี /6/10/2562

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์

     เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานขยี้กล่องดวงใจทศกัณฐ์   ทศกัณฐ์มีน้องสาวคนสุดท้องชื่อ สำมนักขา กำลังเป็นหม้าย อยู่มาวันหนึ่ง แม่หม้ายสำมนักขาออกเทียวป่ามาเจอนางสีดา สาวงามอยู่กลางป่า เมื่อกลับไปเมืองลงกาก็นำเรื่องนางสีดาเล่าให้พี่ชายทศกัณฐ์ฟัง ทศกัณฐ์เป็นยักษ์ที่มีฤทธิเดชมาก มียี่สิบมือ สิบหัว นิสัยเจ้าชู้และโหดร้ายมาก เมื่อได้ฟังเรื่องนางสีดาจากน้องสาวก็ตาลุกวาวอยากได้นางสีดามาเชยชม ได้วางแผนลักพาตัวนางสีดาไปอยู่เมืองลงกา จึงเกิดสงครามแย้งชิงนางสีดาระหว่างฝ่ายพระรามซึ่งเป็นฝ่ายธรรมมะ กับฝ่ายยักษ์ทศกัณฐ์ซึ่งเป็นฝ่ายอธรรม ผลัดกันรับผลัดกันลุกหลายยกหลายตอน จนมีเรื่องร้องเรียนและฟ้องร้องไปยังท้าวมาลีวราช ให้ช่วยตัดสินความขัดแย้งระหว่างฝ่ายพระรามกับฝ่ายทศกัณฐ์ ฝ่ายทศกัณฐ์มั่นใจว่าท้าวมาลีวราชคงเข้าข้างตนเพราะตามศักดิ์ท้าวมาลีวราชเป็นปู่ของทศกัณฐ์ ตนสามารถติดสินบนท้าวมาลีวราชได้ และทศกัณฐ์พยายามใส่ความเท็จต่างๆกับพระราม เมื่อท้าวมาลีวราชมาสอบสวนทวนความ ทั้งฝ่ายพระราม ทั้งฝ่ายทศกัณฐ์ และนางสีดาแล้ว ก็เห็นชัดๆว่าฝ่ายทศกัณฐ์เป็นฝ่ายผิด จึงตัดสินให้ฝ่ายทศกัณฐ์คืนนางสีดาให้...

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)

พุทธคือวิถีแห่งปัญญา (ตอนที่ ๒)   ถ้าหากจะต้องจัดลำดับใหม่ให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น มรรคที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการดังกล่าวก็คือ สิกขา ๓ หรือไตรสิกขาที่เรียกว่า อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญาสิกขา สิกขา   ตามความหมายของพุทธนั้น คือ กระบวนการรับรู้หรือเรียนรู้ที่ผ่านการปฏิบัติและได้ประจักษ์แจ้งจริง ส่วน อธิ นั้นหมายถึง ใหญ่ หรือสำคัญ ดังนั้น อธิและสิกขาก็คือการเรียนรู้ยิ่งขึ้นไปของศีล จิตต (สมาธิ) และปัญญา อันเป็นลักษณะพลวัตของไตรสิกขาดังกล่าว หรือกล่าวโดยย่อก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา คือ องค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนายิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อการบรรลุนิพพานนั่นเอง จึงจำแนกได้ดังนี้      ดังนั้นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่จะยกระดับจิตของมนุษย์ก็คือปัญญาซึ่งเป็นจุดเน้นที่สำคัญที่สุดของพุทธธรรมและเนื่องจากปัญญามีความสำคัญที่สุดกระบวนการสร้างปัญญาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งจุดนี้เป็นจุดที่ขาดหายไปจากการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม        เพื่อการเข้าใจที่ชัดเจนของกระบวนการยกระดับหรือสร้างเสริมทาง...

นิทานสุภาษิตจีนเรื่อง ลุงโง่ย้ายภูเขา

   มีชายชราคนหนึ่งชื่อว่า ลุงหยูกง แกตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่หลังภูเขาสองลูกชื่อว่า ไท่เชียงและหวังหวู ภูเขาสองลูกนี้ สูงนับพัน เริน กว้างใหญ่ถึง 700 ตารางลี้ ทุกคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่หลังเขาทั้งสองลูกนี้ ไม่สะดวกในการเดินทางเพราะภูเขามาปิดกันความ สะดวกสบาย แต่ด้วยความเคยชินไม่มีใครสนใจต่ออุปสักข้อนี้ ลุงหยูกงแกก็ใช้ชีวิติไปตามปกติเหมือนคนทั่วไป หรือแกจะคิดถึงอุปสักข้อนี้ อยู่บ้างตามนิทานก็ไม่ได้บันทึกไว้ และอีกข้อหนึ่งที่นิทานไม่ได้บันทึกไว้ก็คือไม่เคยปรากฏว่าแกเคยเป็นกำานัน ตามนิทานจึงไม่เรียกแกว่า “ลุง กำานัน  หยูกง”   จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งแกเกิดดำาริขึ้นในใจว่า”เราก็ทำาอะไรต่อมิอะไรมาในชีวิติมากมายถูกบ้างผิดบ้างเป็ นธรรมดาของคน สามัญทั่วๆไป แต่ครั้งนี้เราได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่า ไอ้ภูเขาสองลูกนี้ที่ขวางความเจริญของหมู่บ้านเราอยู่นี้ จะต้องขุดย้ายออกไป ไม่ให้เป็นอุปสักขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของหมู่บ้านต่อไปอีก ว่าแล้วแกก็ชวนลูกหลานและเพื่อนบ้านที่เห็นด้วยกับแกให้มาช่วยกันขุดย้าย ภูเขา ยังมีเพื่อนบ้านของลุงหยูกงคนหนึ่งชื...