ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ศึกษาธรรมจากภาษาโลกและภาษาธรรม ตอนที่ ๓ : “จิตนิยาม”

ศึกษาธรรมจากภาษาโลกและภาษาธรรม ตอนที่ ๓ : “จิตนิยาม” “จิตนิยาม” เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นจากภาวธรรมของ “ชีวะ” แต่ทว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่พัฒนากระบวนการที่สูงกว่าชีวะในระดับ “พีชะ”พลังงานในรูปแบบของ “จิต” ที่เกิดจากการตอบสนองต่อผัสสะโดยตรงโดยไม่มี”เจตนา”เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เช่นเกิดจาก”เวทนาขันธ์” (อารมณ์ความรู้สึก)หรือเกิดจาก”สัญญาขันธ์”(การกำหนดรู้หมายจำ) เช่นความรู้สึกเป็นสุข(ทางกายทางใจ) ความรู้สึกเป็นทุกข์(ทางกายทางใจ)หรือ อทุกขมสุข(ไม่สุข ไม่ทุกข์ หรือ อุเบกขา) พลังงานที่ดำเนินไปของ “จิต” หากไม่มี ”เจตนา” จะไม่เกิด “กรรม” ที่ส่งผลวิบากหรือไม่เป็น “กัมทายาท” หรือ”กรรม”นั้นก็ไม่ตกทอดไปเป็นมรดกเช่นเดียวกับพลังงานที่ดำเนินไปของ “พิชะ” ก็ไม่นับเป็น “กรรม”   ส่วนพลังงานที่เกิดขึ้นและดำเนินไปของ “จิต”ที่เกิดจากการปรุงแต่งของ “สังขารขันธ์”(การปรุงแต่งจิตให้ดี ชั่ว หรือเป็นกลาง)โดยมี “เจตนา”เป็นตัวนำในการปรุงแต่ง “จิต” ให้ดี ให้ชั่ว หรือเป็นกลาง ที่จะแสดงออกทางกายวาจาให้เป็นไปต่าง ๆ ที่เรียกว่า “กรรม” เช่น ศรัทธา สติ หิริ(ความละอายบาบ) โอตตัปปะ (ความกลัวบาป) เมตา กรุณา มุทิตา อุ...

ศึกษาธรรมจากภาษาโลกและภาษาธรรม (๒ )

  ศึกษาธรรมจากภาษาโลกและภาษาธรรม (๒ ) “พีชนิยาม” พีชะ คือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่สังเคราะห์กันขึ้นจากวัตถูธรรมจนพัฒนาข้ามเขตุจาก”อุตุนิยาม” ไปสู่ “ชีวะ”แล้วแต่ยังไม่ถึงขั้นที่มีคุณภาพเป็น “จิต”หรือ “วิญญาณ” ฉนั้นคุณภาพระดับนี้จึงเป็นชีวะระดับ “พีชะ” เท่านั้น หรือจัดอยู่ในจำพวก “อนุปาทินนกสังขาร” อนุปาทินนกสังขาร ระดับ “พีชะ” คือสังขารที่ประกอบกันขึ้นเป็น “ชีวะ “ แล้วและสภาพของพลังงานระดับ “พีชะ” นี้ยังไม่มีสมรรถนะสูงถึงขั้นระดับที่เป็น “จิต” หรือ “วิญญาณ” หรือยังไม่มีคุณภาพถึงขั้นเป็น “เจตสิก” เช่น เวทนาเจตสิก (ความรู้สึกสุข ทุกข์ ) ปัญญาเจตสิก (ความฉลาดหรือโง่ ) และเจตสิกอื่น ๆ อีกมากมาย แต่พลังงานระดับ “พีชะ” มีคุณภาพที่สามารถสังเคราะห์สังขารให้แก่ตัวเองได้เองโดยอัตโนมัติแล้ว พลังงานที่สังเคราะห์และพัฒนาจนถึงขั้น “พีชะ” จะมีในพืช ต้นไม้ต่าง ๆ และจะมีในสัตว์และมนุษย์ด้วยเฉพาะในส่วนที่เป็นชีวะทางกายภาพ (ที่ไม่มีสมรรถภาพเป็น “จิต” หรือ “วิญญาณ”) เช่นในคนที่หมดสติหรือสลบไป พลังงานด้านชีวะณ ขนะนั้นจะมีสภาพเป็นได้แค่ระดับ “พีชะ” เท่านั้นหากยังได้รับสารอาหารและอากาศอย่างได้...

ศึกษาธรรมจากภาษาโลกและภาษาธรรม

ศึกษาธรรมจากภาษาโลกและภาษาธรรม ในการศึกษาหลักธรรมในพระพุทธาศาสนา เช่นเดียวกันกับศึกษาวิชาการด้านใด ๆ เราต้องทำความเข้าใจกับศัพท์เฉพาะหรือศัพท์เทคนิคของวิชาการนั้น ๆ  แต่ในการศึกษาพระพุทธศาสนาเรียกว่า”ภาษาธรรม” ซึ่งมีความหมายหรือนิยามเฉพาะเจาะจงที่แตกต่างไปจากภาษาที่ใช้ในทางโลกียะหรือที่เรียกว่า”ภาษาโลก” เพื่อศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาให้เข้าใจและเป็นเอกภาพที่จะนำไปสู่การปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จำเป็นต้องเข้าใจภาษาธรรมได้อย่างเป็นพื้นฐาน ในอรรถกถาแปล เล่ม ๗๖ หน้า ๘๑ พระพุทธเจ้าตรัสถึงความสัมพันธ์ของนามรูปเกี่ยวกับ พลังงานที่แสดงออกในลักษณะ ๕ รูปแบบหรือ ๕ นิยามที่มีความสัมพันธ์กันอย่างลงตัวคือ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม และธรรมนิยาม “อุตุนิยาม”หมายถึงสิ่งที่เป็นวัตถุธรรมทั้งหมดทั้งที่เป็นรูปธรรม เป็นอรูปธรรมหรือเป็นพลังงานแต่ไม่ได้หมายรวมเอาส่วนวัตถุธรรมที่เป็น”ชีวะ”และไม่มีสภาวะหรือคุณสมบัติที่ เป็นพีชะ เป็นจิต เป็นกรรม และเป็นธรรมะ นิยามทั้ง ๕ นี้แม้จะมีส่วนที่ต่างกันและแยกกันได้ชัดเจนแต่มีส่วนปฎิสัมพันธ์สอดรับประสารสัมพันธ์กันอย่างลงตัว เพียงแต...

ผู้นำทางจิตวิญญาณ

  ประเทศชาติต้องมีผู้บริหารประเทศที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณจึงจะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ประเทศไทยเราที่มีปัญหามาตลอดเป็นเพราะผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศไม่สามารถที่จะดำเนินนโบายในการบริหารประเทศให้มั่นคงยั่งยืนและต่อเนื่องอย่างยาวนานได้ ใครเข้ามาก็เริ่มต้นโครงการใหม่นโยบายใหม่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ประชาชนยังไม่เกิดความเชื่อถือและศรัทธาในตัวผู้บริหารประเทศจึงไม่สามารถจะกลั่นกรองผลงานออกมาเป็นผลึกทางความคิดที่ให้ประชาชนยอมรับเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณได้….เว้นแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ พระองค์ทรงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ประชาชนชาวไทยทุกคนน้อมรับในการชี้นำของพระองค์ และพร้อมที่จะปฏิบ้ติตามสิ่งที่พระองค์ได้ทรงนำพา ไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาทฤษฎีใหม่ ซึ่งพระองได้ทรงทำให้เป็นแบบอย่างนับเป็นร้อย ๆ พัน ๆ โครงการ แต่ที่ผ่านมาผู้บริหารประเทศ นักการเมืองและข้าราชการ ได้แค่นำเอาผลสำเร็จของโครงการต่าง ๆ ของพระองค์ นำมาสร้างวาทกรรมเพื่อหาเสียงและหาตำแหน่งให้ตัวเอง มาในยุคของนายกลุงตู่ที่ตั้งแต่เริ่มเข้ามาบริหารประเทศใหม่ ๆ ก็ประกาศว่าจะเดินตามแนว...

อริยสัจจ์ ๔ ปฐมเทศนา

การศึกษาวิจัยเรื่องการเจริญสติ (mindfulness)ที่ฝรั่งเขานำเอาผลมาใช้การรักษาโรคบางอย่างหรือนำมาใช้งานในบางประเภทที่ใช้หลัการทางวิทยาศาสตรหรือเทคโนโลยีที่มีอยู่ถูกจำดัดหรือหมดหนทางแล้วจึงนำเอาวิธีการ “การเจริญสติ (mindfulness)”มาใช้ ความจริงเรื่องนี้มันเป็นภูมิปัญญาแบบตะวันออกที่พวกฤาษีชีไพรหรือเกจิอาจารย์ได้นำมาประยุคใช้ ไม่ใช้เป็นหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า มันมีมานานก่อนที่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบสัจจธรรม ได้บรรลุพระโพธิญาณหรือได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าและพระพุทธองค์ไม่ทรงส่งเสริมให้ใช้วิธีการเช่นนี้อย่าง ขาดปัญญา เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียแก่มวลมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลายได้ การที่อเมริกาได้ทุ่มเทค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้จนนำผลไปใช้ในงานความมั่นคงและทางราชการลับในหลายๆเรื่องแล้ว เช่นเดียวกับที่ อัลเบิร์ด ไอน์สไต (Albert Einstein) ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพขึ้นมาได้ แต่รัฐบาลอเมริกากลับนำเอาไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยีสร้างระเบิดปรมณูไปสังหารชีวิตมนุษย์นับแสนๆล้านๆคน จนเจ้าของทฤษฎีต้องหลั่งน้ำตาเมื่อทราบว่ามีคนเอาสิ่งที่เขาค้นพบไปใช้ทำลายมวลมนุษยชาติ การที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้ บรรลุพระโพธิญาณ...

ฤากรณีครูจอมทรัพย์เป็นจุดที่สามารถสังเกตุเห็นไดัคือจุดที่เป็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง

ฤากรณีครูจอมทรัพย์เป็นจุดที่ สามารถสังเกตุเห็นไดัคือจุดที่เป็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง กรณีครูจอมทรัพย์ชักจะไปกันใหญ่ อาจจะเข้าหลักทฤษฎีเคออส ที่ ยุค ศรีอาริยะได้อรรถาธิบายไว้ "...   ฤๅจะถึงกาลกลียุค เมื่อความไม่แน่นอนดำรงอยู่ ณ ใจกลางการเปลี่ยนแปลง ชีวิต ธรรมชาติ และสังคมจึงเคลื่อนตัวไปตาม ความไม่น่าจะเป็นหรือความไม่สามารถคาดการณ์ได้ ... "   ซึ่งไปสอดคล้องกับหลัก ตรรกะแบบสับสน (fuzzy logic) ในงานของ ศาสตราจารย์ ดร . อภิชัย พันธเสน " พุทธเศรษฐศาสตร์ วิวัฒนาการ ทฤษฏี และการประยุกต์กับเศรษฐศาสตรสาขาต่างๆ " ที่กล่าวว่า ... ในพุทธธรรมที่มีความยุ่งยากและสลับซับซ้อน ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ( เป็นอนิจจัง ) อยู่ตลอดเวลาในลักษณะที่เป็นพลวัต ตรรกะแบบสับสนในพุทธธรรมก็จะยิ่งมีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เพราะเมือทุกอย่างมีพลวัต์ (dynamic) เมื่อ มนุษย์เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างตามสภาวะความเป็นจริงตามธรรมชาติในสถานการณ์ทุกอย่างมีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จุดที่สามารถสังเกตุเห็นไดัคือจุดที่เป็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น .... ฤากรณีครูจอมทรัพย์เป็นจ...

เที่ยวชมงานการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านอิสาน

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีระกา ๒๕๖๐ ออกจากบ้านที่กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินฯไปเที่ยวถิ่นอิสานจังหวัดโคราชประตูสู่อิสาน เที่ยวชมงานการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านอิสานผสานกับการดำรงชีพของชาวบ้าน ที่ไม่ไหลตามวัฒนธรรมแบบบริโภคนิยมในรบบทุนนิยมสามานย์ตะวันตกที่กำลังจะตกดิน….!!! https://www.youtube.com/watch?v=Q6fD3-JqWl0