ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ความสุขที่แท้จริงของมนุษย์

ความสุขที่แท้จริงของมนุษย์ โดย วีระ สระกวี สาระแท้อันเป็นประโยชน์สูงสุดที่แท้จริงของมนุษย์ คือจิตใจที่ผาสุกอย่างยั่งยืนเท่านั้น นอกนั้นไม่ใช่สาระแท้ ไม่ใช่ประโยชน์ แท้เลย จิตใจที่ผาสุกแท้คือจิตใจที่มีปัญญารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนโลก ไม่ว่าจะเป็น สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต ดินน้ำลมไฟ กิจกรรมการงาน ความดี ความชั่ว ความเหมาะ ความไม่เหมาะ ความถูกต้อง ความไม่ถูกต้อง ความเจ็บป่วย ความไม่เจ็บป่วย ปัญหาต่างๆทั้งหมดในโลกไม่ใช่สุขไม่ใช่ทุกข์ในใจเรา แต่เป็นเพียงวัตถุสสารพลังงานที่เป็นกลางกลางเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็ดับไปหมุนวนอยู่ในโลกตราบชั่วกาลนาน ไม่มีหมดไปอย่างถาวรและไม่มีตั้งอยู่อย่างถาวร ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจแต่เป็นสิ่งที่ควรแก้ไขให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ รังเกียจก็ทุกข์เปล่าๆ เพราะปัญหาไม่เคยหมดไปจากโลก ปัญหาหมดไปได้ที่ใจเราเท่านั้น หน้าที่การงานก็ไม่หมดไปจากโลก ดังนั้นเราจงยินดีเต็มใจเบิกบานแจ่มใสผาสุก สงบสบายกับการยอมรับความจริงดังกล่าว แล้วทำหน้าที่ลดปัญหาที่ต้นเหตุหรือทำหน้าที่การงานที่ไม่เป็นภัย สร้างสรรค์เต็มที่สุดฝีมือตามองค์ประกอบเหตุปัจจัย ที่จะทำได้ตามอุปกรณ์ส...

ชีวิตคือเบญจขันธ์

.......กฎของกรรมในทางพระพุทธศาสนามีความหมายเฉพาะการกระทำที่มีเจตนาเท่านั้น หาได้หมายเอาการกระทำทั่วๆ ไปไม่ ทั้งไม่ใช้เป็นวิบากของกรรมที่อย่างที่คนส่วนมากเข้าใจด้วยความหมายของกรรมในพระพุทธศาสนาไม่ได้หมายถึงผลของกรรมเลย เพราะผลของกรรมนั้นเป็นตัววิบาก ( กมฺมผล หรือ กมฺมวิปาก )     เจตนาอาจจะดีหรือเลวก็ได้ ( กมฺม ) ทำกรรมดี ( กุศล ) ย่อมได้รับผลดีทำกรรมชั่ว ( อกุศล ) ย่อมได้รับผลชั่ว ตัณหา ( ความทะนายอยาก ) เจตนา ( ความจงใจ ) กรรม ( การกระทำ ) ไม่ว่าดีหรือเลวก็ตามย่อมมีผลเสมอ ทำให้เกิดพลังสืบต่อเนื่องกันไป ในแนวทางที่ดีหรือเลว ( ตามกรรมที่ทำนั้น ) และไม่ว่าดีหรือเลวย่อมสัมพันธ์กันไป ตลอดเป็นสายแบบวัฏจักร ( สงฺสาร ) สำหรับพระอรหันต์นั้นแม้ท่านยังทำโน้นทำนี้อยู่ก็ไม่จัดว่าเป็นกรรมเพราะท่านพ้นจากความยึดมั่นในตัวตน พ้นจากตัณหา ( ความทะยานอยาก ) ตลอดจนกิเลสและอาสวะทั้งหลายโดยสิ้นเชิงแล้ว ( กิเลสาสวธรรม ) จึงไม่มีภพชาติใหม่อีกต่อไป   กฎของกรรมนี้ไม่ควรสับสนคลุมเครือ กล่าวได้ว่าเป็นการพิพากษาที่ยุติธรรมและเที่ยงตรงที่สุดหรือจะกล่าวว่าเป็นการให้รางวัลและลงโทษ...

คำสอน

วันที่อายุเริ่มย่างเข้า ๗๕ ปี

วันที่ ๑๕ มิย.๒๕๖๐ เป็น  วันที่อายุเริ่มย่างเข้า ๗๕ ปี แล้ว ตื่นเช้าขึ้นมาต้องตรวจสอบสุขภาพประจำวันโดยอาศัยนาฬิกาสุขภาพที่แขวนติดข้อมืออยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็บอกภาวะเบื้องต้นแล้วนำมาประเมินกับความรู้สึกที่เป็นจริงในตัวเราเช่นความดันโลหิตซึ่งตรวจสอบกับเครื่องวัดเฉพาะก็ใกล้เคียงกัน ช่วงเวลาการนอนหลับจากความรู้สึกของร่างกายก็ใกล้เคียงกัน ส่วนความสงบของจิตใจไม่ทราบว่าเขาใช้ข้อมูลอะไรเข้าไปประมวลโดยใช้  App. เมื่อวานได้เขียนคำปรารภลงใน FB. ถึงความรู้สึกของตัวเอง.....มีเพื่อนมิตรได้ให้ข้อคิดต่าง ๆ เช่น ขอให้พิจารณาถึงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อยู่เสมอ บางท่านบอกว่าตัวเองยังมีกิเลสอยู่ หลายทานที่ให้พร อวยพรมา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดจึงขอถือโอกาสกล่าวคำขอบคุณทุกท่าน ที่ส่งความปรารถนาดีมาด้วยคำเสนอแนะข้อความคิดเห็นและคำอวยพรต่าง ๆตลอดมา .........มีคำพูดคำหนึ่งที่มักเข้าหูอยู่เป็นประจำในคำพูดที่ว่า “ คนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า ” ฟัง ๆ ดู ดูเหมือนเป็นสัจธรรม เป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แต่เมื่อนำมาคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วก็เกิด...

ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าวันละหนึ่งหน้า

ด้วยความปรารถนาและด้วยจิตคารวะผมขออนุญาตชักชวนเพื่อนมิตรสหายทั้งหลายมาศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าวันละหนึ่งหน้า จากข้อเขียนหรือบทความของนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา โดยยึดกรอบแนวคิดดังนี้...... “หลักธรรมคำสอนในศาสนาพุทธมิได้อ้างการดลใจจากเทพเจ้า หรืออำนาจภายนอกแต่อย่างใดทั้งสิ้นการตรัสรู้ การบรรลุธรรม และความสำเร็จของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเป็นความพยายามของมนุษย์ และเป็นสติปัญญาของมนุษย์ มนุษย์และเฉพาะมนุษย์เท่านั้นสามารถจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการเป็นพระพุทธเจ้าอยู่ในตัวเอง ถ้าหากเขาปรารถนาอย่างนั้น และทำความเพียรพยายาม   ตามหลักของพระพุทธศาสนาแล้ว ฐานะของมนุษย์เป็นฐานะที่สูงสุด มนุษย์เป็นนายของตนเอง และไม่มีอำนาจวิเศษหรือกำลังอื่นใดที่จะมาพิจารณาตัดสินชี้ขาดชะตากรรมของมนุษย์ได้   พระพุทธองค์ตรัสว่า “ ตนเป็นที่พึ่งของตน ใครอื่นจะสามารถเป็นที่พึ่งของเรา ได้เล่า”       พระองค์ได้ประทานโอวาทแก่สาวกทั้งหลายของพระองค์ให้เป็นที่พึ่งแก่ตนเอง และไม่ยอมให้แสวงหาที่พึ่ง หรือความช่วยเหลือจากอื่นใดอีก   พระองค์ได้ตรัสสอน ส่งเสริมและกระตุ้นเตือนใ...